ไทยยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกได้ ข่าวของ UNAIDS ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2016 หรือ พ.ศ. 2559 เล่าว่ารัฐบาลไทยจัดบริการฝากครรภ์ การคลอด และบริการเอชไอวีกับซิฟิลิสให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ซึ่งทำให้การเข้าถึงการรักษาสูงขึ้น และเขียนว่าในวันนั้นไทยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกทั้งเรื่องเอชไอวีและซิฟิลิส เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก แต่คำว่ายุติไม่ได้แปลว่าไม่มีเด็กติดเชื้อเลย

ภาพหญิงตั้งครรภ์เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ พร้อมสื่อถึงการฝากครรภ์ การตรวจและรับยาต้านไวรัส เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก และส่งเสริมให้ทารกมีสุขภาพแข็งแรง

ไทยยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกเมื่อไร และใครรับรอง

ข่าวของ UNAIDS เขียนว่าองค์การอนามัยโลกมอบใบรับรองให้รัฐมนตรีสาธารณสุขของไทยในพิธีที่นิวยอร์ก ก่อนหน้านั้นคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติได้มาดูระบบบริการของไทยในเดือนเมษายน 2016

แถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลกลงวันที่ 8 มิถุนายน 2016 ก็เขียนว่าองค์การรับรองไทยแล้ว ส่วนแนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ของกรมควบคุมโรค เขียนว่าไทยได้รับการรับรองการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 และได้รับการรับรองต่อเนื่องในเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 ปีของการรับรองครั้งแรกในเอกสารของไทยจึงไม่ตรงกับของสองหน่วยงานนี้ ผู้เขียนแนะนำให้บอกทุกครั้งว่ายกปีจากเอกสารไหน

หลังการรับรอง ยังมีเด็กติดเชื้อจากแม่อยู่ไหม

ข่าวของ UNAIDS อธิบายว่ายาที่ใช้ป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกไม่ได้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ การยุติจึงหมายถึงการลดการถ่ายทอดลงจนต่ำมากจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุขอีกต่อไป ไม่ใช่ศูนย์ ข่าวเดียวกันยกข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขว่าอัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกลดลงต่ำกว่าร้อยละ 2 และจำนวนเด็กที่ติดเชื้อจากแม่ลดจากราว 1,000 คนในปี 2000 เหลือ 85 คนในปี 2015

แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ยกรายงานติดตามของกรมอนามัยว่าอัตราการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในปี พ.ศ. 2561 อยู่ที่ร้อยละ 1.34 โดยคาดประมาณรวมเด็กที่ไม่ได้มารับการตรวจด้วย ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นของปีที่ระบุ ไม่ใช่ตัวเลขปัจจุบัน

ไทยลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างไร

ข่าวของ UNAIDS เขียนถึงผู้หญิงที่มีเชื้อเอชไอวีโดยทั่วไปว่า ถ้าไม่ได้รับการรักษา มีโอกาสถ่ายทอดเชื้อให้ลูกร้อยละ 15 ถึง 45 ระหว่างตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์ คลอด หรือให้นม แต่ถ้าแม่และลูกได้ยาต้านไวรัสตลอดช่วงที่ติดเชื้อได้ โอกาสนี้ลดลงเหลือมากกว่าร้อยละ 1 เล็กน้อย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขที่ข่าวปี 2016 ยกมา หญิงตั้งครรภ์ที่มีเชื้อเอชไอวีในไทยร้อยละ 98 เข้าถึงยาต้านไวรัส

ข่าวเดียวกันเล่าว่ารัฐบาลไทยจัดบริการฝากครรภ์ การคลอด และบริการเอชไอวีกับซิฟิลิสให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคน รวมถึงแรงงานข้ามชาติทั้งที่มีและไม่มีเอกสาร เรื่องนี้เป็นการเล่าของปี 2016 สิทธิในปัจจุบันต้องถามหน่วยงานเจ้าของสิทธิ

ส่วนแนวทางการตรวจของไทยปี 2568 ให้ตรวจหญิงตั้งครรภ์รวมทั้งสามีเมื่อมาฝากครรภ์ครั้งแรกและเมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์

ภาพครอบครัวพ่อแม่และทารก พร้อมแสดงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกติดเชื้อเอชไอวี เช่น ฝากครรภ์ล่าช้า กินยาต้านไวรัสไม่สม่ำเสมอ และระบบบริการล่าช้า พร้อมแนวทางป้องกันด้วยการฝากครรภ์เร็วและตรวจเลือดทั้งคู่

อะไรยังทำให้ทารกติดเชื้อ

แนวทางเอชไอวีปี 2564/2565 สรุปการสอบสวนทารกที่ติดเชื้อรายใหม่ 198 คน ระหว่างปี พ.ศ. 2558 ถึง 2560 สาเหตุที่พบมากที่สุดคือหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้มาฝากครรภ์หรือมาหลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ (ร้อยละ 31 ของทารกที่สอบสวน) รองลงมาคือแม่ที่มีเชื้อกินยาไม่สม่ำเสมอหรืออาจดื้อยา (ร้อยละ 22) และความล่าช้าของระบบบริการในการวินิจฉัยและเริ่มยา (ร้อยละ 20)

สาเหตุที่เหลือคือแม่ที่ตรวจไม่พบเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ แต่ติดเชื้อตอนใกล้คลอดหรือหลังคลอดและลูกได้กินนมแม่ (ร้อยละ 11) หญิงตั้งครรภ์ที่ขาดการติดตามการรักษา (ร้อยละ 9) และกลุ่มที่มีปัญหาเศรษฐกิจสังคม หรือเจอการรังเกียจตีตราจากสถานพยาบาล

แนวทางสรุปจากผลนี้ว่าควรส่งเสริมการฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ เริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็ว และส่งเสริมการตรวจเลือดแบบคู่ให้สามีของหญิงตั้งครรภ์ แนวทางการตรวจปี 2568 แนะนำให้พาสามีมาตรวจโดยเร็วที่สุดตั้งแต่ช่วงฝากครรภ์ ถ้ายังไม่มีผลเลือดสามีระหว่างตั้งครรภ์ การตรวจในช่วงคลอดหรือหลังคลอดก็ยังมีประโยชน์ เพื่อป้องกันทารกจากแม่ที่ติดเชื้อในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์หรือช่วงให้นม

ผู้เขียนเห็นว่าสื่อวันเอดส์โลกไม่ควรเล่าสาเหตุเหล่านี้ราวกับว่าแม่เป็นต้นเหตุคนเดียว เพราะแนวทางนับความล่าช้าของระบบบริการและการตีตราจากสถานพยาบาลเป็นสาเหตุด้วย

เล่าเรื่องนี้ในวันเอดส์โลก ควรเช็กอะไรก่อนเผยแพร่

รายการนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน เรียบเรียงจากแหล่งในบทความ

  • ใช้คำว่ายุติการถ่ายทอดเชื้อ ไม่ใช้คำว่าไม่มีเด็กติดเชื้อแล้ว และบอกปีของตัวเลขทุกตัว
  • ถ้าพูดถึง U=U ให้พูดเรื่องการไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไม่โยงไปถึงการให้นมแม่
  • ใช้คำว่าผู้มีเชื้อเอชไอวี และถ้ายกถ้อยคำของข่าว เช่น “AIDS-free generation” ให้อยู่ในอัญประกาศพร้อมบอกว่าเป็นถ้อยคำของใคร
  • หน้าข้อริเริ่มยุติสามโรคขององค์การอนามัยโลกเขียนว่าบริการต้องไม่บังคับ และต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง เด็ก และครอบครัว สื่อที่ชวนตรวจจึงควรเป็นการชวน ไม่ใช่การกดดัน

ถ้าจะใช้สื่อหรือข้อความของสองหน่วยงานนี้ในงาน อ่านเงื่อนไขได้ที่ สื่อรณรงค์วันเอดส์โลกของ WHO และ UNAIDS ใช้ได้แค่ไหน

คำถามที่พบบ่อย

ไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ทำได้ใช่ไหม

ไม่ใช่ แถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลกลงวันที่ 8 มิถุนายน 2016 เขียนว่าคิวบาได้รับการรับรองเป็นประเทศแรกตั้งแต่ปีก่อนหน้า ส่วนข่าวของ UNAIDS ปี 2016 เขียนว่าไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และเป็นประเทศแรกที่มีการระบาดของเอชไอวีขนาดใหญ่ที่ทำได้

แม่ที่มีเชื้อเอชไอวีและกดไวรัสได้ ให้นมลูกได้ไหม

แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้ทารกกินนมผสมและงดนมแม่อย่างเด็ดขาด ห้ามให้นมแม่สลับกับนมผง และเขียนว่าในสถานการณ์ที่ไทยยุติการถ่ายทอดเชื้อแล้ว ควรงดนมแม่แม้แม่จะกดไวรัสได้ เพราะมีรายงานทารกติดเชื้อจากนมแม่ในกรณีนี้ แนวคิด U=U จึงใช้กับการให้นมแม่ไม่ได้ ถ้าแม่ต้องการให้นมแม่ แนวทางให้อธิบายความเสี่ยงและประโยชน์แก่แม่เพื่อใช้ตัดสินใจ ผู้เขียนแนะนำให้คุยเรื่องนี้กับแพทย์ที่ดูแลตั้งแต่ระหว่างตั้งครรภ์

ข่าวนี้พูดถึงซิฟิลิสด้วย แล้วไวรัสตับอักเสบบีล่ะ

ข่าวของ UNAIDS ปี 2016 เป็นการรับรองเรื่องเอชไอวีและซิฟิลิส ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกมีข้อริเริ่มยุติการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกสามโรค คือเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี ผู้เขียนไม่พบในแหล่งที่เปิดอ่านว่าไทยได้รับการรับรองเรื่องไวรัสตับอักเสบบี จึงแนะนำว่าอย่าเขียนว่าไทยยุติครบสามโรค

รายงานการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกฉบับล่าสุด ขอได้จากใคร

แนวทางเอชไอวีปี 2564/2565 ยกตัวเลขจากรายงานการติดตามการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกของกรมอนามัย ผู้เขียนแนะนำให้ค้นหรือขอรายงานฉบับล่าสุดจากหน่วยงานนี้ก่อนทำสื่อ

ใช้ภาพแม่กับลูกจริงในสื่อรณรงค์ได้ไหม

ผู้เขียนแนะนำให้ขอความยินยอมเป็นเรื่อง ๆ ว่าภาพจะไปอยู่ที่ไหน และจะบอกสถานะเอชไอวีของแม่หรือลูกหรือไม่ เพราะการยอมให้ถ่ายภาพไม่ได้แปลว่ายอมให้เปิดเผยสถานะ หลักการขอความยินยอมอ่านต่อได้ที่ World AIDS Day social media toolkit: posts without HIV stigma (หน้าภาษาอังกฤษ)

สรุป

  • ข่าวของ UNAIDS และแถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลกเดือนมิถุนายน 2016 (พ.ศ. 2559) เขียนว่าไทยได้รับการรับรองทั้งเรื่องเอชไอวีและซิฟิลิส ส่วนแนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนปี พ.ศ. 2558
  • ข่าวของ UNAIDS อธิบายว่ายุติหมายถึงลดจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข ไม่ใช่ศูนย์ แนวทางเอชไอวีของไทยยกรายงานของกรมอนามัยว่าอัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกปี พ.ศ. 2561 อยู่ที่ร้อยละ 1.34
  • การสอบสวนทารกที่ติดเชื้อปี พ.ศ. 2558 ถึง 2560 ในแนวทางไทยพบสาเหตุหลายข้อ เช่น การฝากครรภ์ช้า การกินยาไม่สม่ำเสมอ ความล่าช้าของระบบบริการ และการตีตราจากสถานพยาบาล
  • U=U ใช้กับเพศสัมพันธ์ แนวทางเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 ให้งดนมแม่แม้แม่จะกดไวรัสได้

ความรู้พื้นฐานเรื่องเอชไอวีสำหรับทำสื่ออ่านต่อได้ที่ HIV คืออะไร? การติดต่อ อาการ การตรวจ รักษาและ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง