เอชไอวีมาจากไหน งานวิจัยพันธุกรรมของไวรัสตอบว่า เชื้อสายหลักที่ระบาดทั่วโลกข้ามมาจากไวรัสในชิมแปนซี ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของแคเมอรูนเมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน คือช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แล้วแพร่อยู่หลายสิบปีก่อนจะมีใครสังเกตเห็น ส่วนโลกเพิ่งรู้จักโรคนี้ในปี 1981 (พ.ศ. 2524) จากรายงานทางการฉบับแรกในสหรัฐอเมริกา และนักวิจัยฝรั่งเศสรายงานการพบไวรัสในปี 1983
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า เชื้อข้ามจากสัตว์มาสู่คนเมื่อราวร้อยปีก่อนในแอฟริกากลาง ไม่ได้เริ่มจากคนกลุ่มใด และไม่ได้เริ่มในปีที่โลกเพิ่งสังเกตเห็น
เอชไอวีมาจากไหน งานวิจัยตอบไว้ถึงไหนแล้ว
บทความทบทวนงานวิจัยเรื่องต้นกำเนิดของเอชไอวีที่ตีพิมพ์ปี 2011 สรุปว่าทั้ง HIV-1 และ HIV-2 เกิดจากไวรัสในสัตว์ตระกูลลิงของแอฟริกาข้ามสายพันธุ์มาสู่คนหลายครั้ง ส่วนใหญ่แพร่ต่อในคนได้จำกัด มีครั้งเดียวที่กลายเป็นการระบาดทั่วโลก คือไวรัสจากชิมแปนซีในแคเมอรูน ซึ่งกลายเป็น HIV-1 กลุ่ม M
นักวิจัยรู้ได้จากสองทาง ทางแรกคือเก็บมูลและปัสสาวะของชิมแปนซีในป่ามาตรวจหาไวรัส แล้วเทียบรหัสพันธุกรรมกับเชื้อในคน ทางที่สองคือใช้อัตราการกลายพันธุ์ของไวรัสคำนวณย้อนว่าเชื้อกลุ่ม M มีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อไร ซึ่งได้ช่วงราวปี 1910 ถึง 1930
เอกสารแถลงข่าวรางวัลโนเบลปี 2008 เขียนว่าไวรัสน่าจะมาจากชิมแปนซีในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งไม่ตรงกับบทความทบทวนปี 2011 ฉบับหลังบันทึกว่าชิมแปนซีชนิดย่อยของแอฟริกาตะวันตกไม่มีไวรัสตัวนี้ และเรียกพื้นที่ต้นทางว่าแอฟริกากลางฝั่งตะวันตก เวลาเล่าต่อเราจึงแนะนำให้ใช้คำว่าแอฟริกากลาง
เชื้อข้ามมาสู่คนได้อย่างไร และเริ่มแพร่จากเมืองไหน
คำถามแรก บทความทบทวนฉบับเดียวกันเขียนว่ายังไม่รู้ แต่จากชีววิทยาของไวรัส ต้องเป็นการที่ผิวหนังหรือเยื่อบุของคนสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่มีเชื้อ ซึ่งเกิดบ่อยที่สุดในการล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร นี่เป็นการอนุมาน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีใครบันทึกไว้
ส่วนเมืองที่เชื้อเริ่มแพร่ หลักฐานชี้ไปที่กินชาซา เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตัวอย่างเก่าที่สุดที่พบเชื้อมาจากเมืองนี้ คือเลือดที่เก็บปี 1959 และชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองของผู้หญิงคนหนึ่งจากปี 1960 ทีมวิจัยที่รายงานชิ้นเนื้อนี้ในวารสาร Nature ปี 2008 ตรวจชิ้นเนื้อเก่า 27 ชิ้น พบเชื้อชิ้นเดียว แต่รหัสพันธุกรรมของสองตัวอย่างต่างกันมากพอจะบอกว่าเชื้อเริ่มแตกสายในคนมาหลายสิบปีก่อนปี 1960
งานวิเคราะห์ในวารสาร Science ปี 2014 ใช้วิธีทางสถิติกับรหัสพันธุกรรมของเชื้อจากแอฟริกากลาง แล้วสรุปว่าการระบาดเริ่มที่กินชาซาราวต้นทศวรรษ 1920 และกระจายไปตามเส้นทางคมนาคม ผู้วิจัยยกบันทึกว่าทางรถไฟในคองโกมีผู้โดยสารมากกว่า 300,000 คนต่อปีในปี 1922 และเกิน 1 ล้านคนในปี 1948 ข้อสรุปนี้เป็นการคำนวณย้อนหลัง โดยผู้วิจัยให้ช่วงของปีบรรพบุรุษร่วมไว้ที่ 1909 ถึง 1930
โลกรู้จักโรคนี้ครั้งแรกเมื่อไร และใครค้นพบไวรัส
ลำดับข้างล่างเรียบเรียงจากไทม์ไลน์บนเว็บ HIV.gov ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งเล่าจากมุมของสหรัฐ ลำดับนี้เป็นลำดับของการสังเกตเห็นโรค ไม่ใช่ลำดับของการระบาดจริง
| เมื่อไร | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 5 มิถุนายน 1981 | ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐออกรายงานทางการฉบับแรก เรื่องปอดอักเสบชนิดหายากในชายหนุ่มห้าคนที่ลอสแอนเจลิส ทั้งห้าเป็นเกย์และเคยแข็งแรงดี |
| 24 กันยายน 1982 | หน่วยงานเดียวกันใช้คำว่า AIDS เป็นครั้งแรก |
| 20 พฤษภาคม 1983 | ฟร็องซัวส บาเร-ซีนูซี (Françoise Barré-Sinoussi) และคณะที่สถาบันปาสเตอร์ในฝรั่งเศส รายงานการพบไวรัสที่อาจเป็นสาเหตุ |
| 23 เมษายน 1984 | รัฐบาลสหรัฐแถลงว่าทีมของโรเบิร์ต แกลโล (Robert Gallo) พบสาเหตุของเอดส์ และมีการพัฒนาชุดตรวจเลือด |
| 1 พฤษภาคม 1986 | ไวรัสได้ชื่อทางการว่า HIV |
รางวัลโนเบลปี 2008 ครึ่งหนึ่งมอบให้บาเร-ซีนูซีกับลุค มงตาญีเย (Luc Montagnier) ร่วมกัน สำหรับการค้นพบไวรัสตัวนี้ เอกสารแถลงข่าวระบุว่าการค้นพบนำไปสู่วิธีตรวจหาเชื้อ การคัดกรองเลือด และยาต้านไวรัสในเวลาต่อมา
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ ปี 1981 เป็นปีที่แพทย์เริ่มสังเกตเห็น ไม่ใช่ปีที่เชื้อเกิด และการที่รายงานฉบับแรกพูดถึงชายที่เป็นเกย์ บอกเพียงว่าแพทย์เห็นโรคนี้ที่ไหนก่อน ไม่ได้บอกว่าเชื้อเริ่มจากใคร
เรื่องเล่า Patient Zero ผิดตรงไหน
เรื่องเล่านี้บอกว่าการระบาดในอเมริกาเหนือเริ่มจากชายคนเดียวที่ถูกเรียกว่า Patient Zero งานวิจัยในวารสาร Nature ปี 2016 ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยหลักฐานสองชุด
ชุดแรกคือซีรัมเก่า ทีมวิจัยคัดกรองซีรัมมากกว่า 2,000 ตัวอย่างจากทศวรรษ 1970 ของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายซึ่งร่วมงานวิจัยโรคตับอักเสบบีในนิวยอร์กและซานฟรานซิสโก และถอดรหัสเชื้อได้ครบ 8 ตัวอย่าง เชื้อตอนนั้นหลากหลายมากแล้ว แปลว่าแพร่มาก่อนหลายปี การคำนวณย้อนหลังประมาณว่าเชื้อเข้าสหรัฐราวปี 1970 จากการระบาดที่มีอยู่ก่อนในแถบแคริบเบียน
ชุดที่สองคือที่มาของชื่อ ในการสอบสวนเครือข่ายคนไข้ 40 คนในสิบเมืองของสหรัฐ เจ้าหน้าที่ใช้อักษร O เรียกชายคนหนึ่ง ย่อจากคำว่าอยู่นอกแคลิฟอร์เนีย ต่อมาอักษร O ถูกอ่านเป็นเลขศูนย์ ทั้งที่เขาไม่ใช่รายแรกที่ถูกรายงานหรือมีอาการ เชื้อของเขาก็เหมือนเชื้อทั่วไปในสหรัฐเวลานั้น ไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนแรกที่รับเชื้อสายนี้
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ เรื่องเล่าที่ชี้ไปที่คนคนเดียวหรือคนชาติเดียวควรถูกถามกลับเสมอว่าหลักฐานคืออะไร เส้นทางของไวรัสไม่ใช่ความผิดของคนที่อยู่บนเส้นทางนั้น
เล่าที่มาของเชื้อในงานวันเอดส์โลกโดยไม่โทษใคร ควรพูดอะไรบ้าง
ส่วนนี้เป็นข้อเสนอของเราเองที่เรียบเรียงจากข้อเท็จจริงข้างบน ไม่ใช่ข้อกำหนดของหน่วยงานใด
- ใช้คำว่าไวรัสข้ามจากสัตว์มาสู่คน ไม่เอ่ยชื่อประเทศหรือกลุ่มคนเป็นต้นเหตุ
- แยกปีที่แพทย์สังเกตเห็นโรค ออกจากช่วงที่เชื้อเริ่มแพร่
- บอกตรง ๆ ว่าส่วนไหนยังไม่รู้
- จบด้วยเรื่องของวันนี้ คือการตรวจและการรักษา
คำตอบเรื่องการติดต่อและการป้องกัน อ่านต่อที่ ความรู้พื้นฐานเอชไอวีสำหรับอาสาสมัครวันเอดส์โลก ส่วนที่มาของสัญลักษณ์ประจำงาน เราเขียนแยกไว้ใน ริบบิ้นแดงวันเอดส์โลก มาจากไหน ใช้อย่างไรให้ถูก
ถ้าผู้ร่วมงานอยากอ่านภาพรวมของเชื้อในปัจจุบัน แนะนำหน้า HIV คืออะไร? การติดต่อ อาการ การตรวจ รักษาและ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมมีทั้ง HIV-1 และ HIV-2 สองตัวนี้มาจากที่เดียวกันไหม
ไม่ใช่ที่เดียวกัน บทความทบทวนปี 2011 ระบุว่า HIV-2 มาจากไวรัสในลิงซูตีแมงกาบีย์ (sooty mangabey) ของแอฟริกาตะวันตก และยังพบในภูมิภาคนั้นเป็นหลัก ส่วน HIV-1 มีสี่กลุ่มที่ข้ามมาสู่คนแยกกัน มีเพียงกลุ่ม M ที่ระบาดทั่วโลก
เชื้อแพร่อยู่นานแค่ไหนก่อนจะมีใครรู้
บทความทบทวนปี 2011 ประมาณว่าเชื้อแพร่อยู่ราว 50 ถึง 70 ปีก่อนถูกสังเกตเห็น งานวิเคราะห์ปี 2014 ประมาณว่าช่วงปี 1920 ถึง 1960 จำนวนคนที่มีเชื้อเพิ่มค่อนข้างช้า
คำว่าเอดส์กับชื่อเอชไอวี เริ่มใช้เมื่อไร
ตามไทม์ไลน์ของ HIV.gov ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐใช้คำว่า AIDS เป็นครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 1982 ส่วนชื่อ HIV ประกาศเป็นทางการเมื่อ 1 พฤษภาคม 1986 ก่อนหน้านั้นทีมวิจัยของสหรัฐเรียกไวรัสตัวนี้ว่า HTLV-III
วันเอดส์โลกจัดครั้งแรกปีไหน
วันที่ 1 ธันวาคม 1988 ไทม์ไลน์เดียวกันระบุว่าองค์การอนามัยโลกเป็นผู้กำหนดวัน และสหประชาชาติสนับสนุน
รู้ที่มาของเชื้อแล้ว ช่วยอะไรกับการตรวจและรักษาวันนี้
เอกสารรางวัลโนเบลเล่าว่า การค้นพบและถอดรหัสไวรัสนำไปสู่วิธีตรวจและยาต้านไวรัส และทำให้ศึกษาที่มาของเชื้อได้ เอกสารไม่ได้เขียนว่าการรู้ที่มาช่วยการตรวจหรือรักษา ส่วนสำหรับคุณเอง ที่มาของเชื้อไม่เปลี่ยนสิ่งที่ทำได้วันนี้ คือตรวจให้รู้สถานะ และถ้ามีเชื้อก็เข้ารับการรักษา
สรุป
เอชไอวีไม่ได้เกิดในปี 1981 และไม่ได้เริ่มจากคนกลุ่มใด งานวิจัยพันธุกรรมชี้ว่าเชื้อสายที่ระบาดทั่วโลกข้ามจากชิมแปนซีมาสู่คนในแอฟริกากลางเมื่อราวร้อยปีก่อน และประมาณจากการคำนวณย้อนหลังว่าเริ่มแพร่ที่กินชาซาราวทศวรรษ 1920 ก่อนที่แพทย์จะสังเกตเห็นในปี 1981 และพบไวรัสในปี 1983
เวลาเล่าเรื่องนี้ในงานวันเอดส์โลก ให้พูดเท่าที่หลักฐานมี บอกส่วนที่ยังไม่รู้ และพาผู้ฟังกลับมาที่การตรวจและการรักษาของวันนี้
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Sharp และ Hahn: Origins of HIV and the AIDS Pandemic ปี 2011
- Worobey และคณะ: Direct Evidence of Extensive Diversity of HIV-1 in Kinshasa by 1960 ปี 2008
- Faria และคณะ: The early spread and epidemic ignition of HIV-1 in human populations ปี 2014
- Worobey และคณะ: 1970s and Patient 0 HIV-1 genomes illuminate early HIV/AIDS history in North America ปี 2016
- HIV.gov: A Timeline of HIV and AIDS
- รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ปี 2008: เอกสารแถลงข่าว
